Our Blog

Error
  • Copy failed

เที่ยววัดสมาน อ.เมือง ฉะเชิงเทรา

on Monday, 22 July 2013. Posted in ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

เครดิตภาพ - จากองศาเหนือ บอร์ดพันทิป

พระพิฆเนศวร วัดสมาน อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา

สำหรับนักเดินทางท่องเที่ยวขาประจำวันเสาร์ อาทิตย์นั้น เมืองแปดริ้วกำลังเป็นเส้นทางท่องเที่ยวยอดนิยม เหตุผลสนับสนุนก็คือ มีสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาน่าสนใจเพิ่มขึ้น ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ วัดใหม่ขุนสมาน เรียกสั้นๆ ว่าวัดสมาน

ประวัติวัดใหม่ขุนสมาน (วัดสมาน)

วัดสมานมีประวัติค่อนข้างยาวนานแต่มีนักท่องเที่ยวไม่กี่ท่านที่ทราบเพราะวัดแห่งนี้เริ่มมีชื่อเสียงเพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเพราะอานิสงฆ์ของพระครูธรรมธรไพรัตน์ ปัญญาธโร พระนักพัฒนาซึ่งมีคุณูปการแห่งเมืองแปดริ้วนั่นเอง ย้อนไปเมื่อครั้งที่ผู้เขียนยังเป็นวุ้นอยู่ที่ไหนสักแห่ง :) ท่านผู้เฒ่าผู้แก่ได้สืบสาวเล่าเรื่องสืบต่อกันมาว่าเดิมทีวัดนี้ถูกจัดสร้างขึ้นจากต้นตระกูลคหบดีผู้มั่งคั่งนามว่าท่านขุนสมานจีนประชา ท่านมีนามเดิมชื่อจ๋าย โดยภรรยาทั้งสองของท่าน นางทิม สืบสมาน และนางผ่อง สืบสมาน (เพิ่มนคร) พร้อมด้วย นางยี่สุ่น วิริยะพานิช (ผู้เป็นน้องสาว) ได้ร่วมมือกันสร้างวัดขึ้นเพื่ออุทิศให้กับท่านขุนหลังจากที่ท่านถึงแก่กรรม มีหลักฐานปรากฏเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๒๒

นอกจากนี้ยังมีบันทึกครั้งที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ได้ทรงเสร็จทางชลมารค์ผ่านมา พระองค์ได้ทรงแวะเยี่ยมชมวัด ซึ่งในเวลานั้นก็มีชาวบ้านชื่อ นายเหว่า โพนสุวรรณ์นำนกกวักเผือกถวาย ณ.วัดแห่งนี้ด้วย

ย้อนกลับมาที่การก่อสร้างนะคะ หลังจากที่วัดได้ถูกสร้างเสร็จแล้วจึงได้ตั้งชื่อว่า วัดใหม่ขุนสมานเพิ่มนคร มีสถานะเป็นวัดราษฎ์ เดิมที่พระที่ปกครองเป็นฝ่ายมหานิกาย แต่ภายหลังผู้สร้างวัดได้ถวายให้พระในคณะธรรมยุตมิ พระครูศิริปัญญามุนี (อ่อนเทวนิโพ)เป็นประธานในการรับถวาย

สังเกตุว่าวัดถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ๒๔๒๒ แต่วัดแห่งนี้รู้จักกันเฉพาะชาวบ้านในพื้นที่เท่านั้นทั้งที่สถานที่ตั้งของวัดอยู่ในตำแหน่งฮวงจุ้ยมงคล ชื่อเสียงของวัดนี้โด่งดังขึ้นมาภายหลังที่พระครูธรรมธรไพรัตน์ ได้พัฒนาจัดสร้างให้เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาซึ่งจุดเด่นของวัดนี้คือ พระพิฆเนศปางเสวยสุของค์ใหญ่ที่สุดในโลกนั่นเอง

สถานที่ท่องเที่ยวภายในวัดสมาน

ก่อนจะไปที่จุดไฮไลท์ เดวารีสอทร์ขอนำเที่ยวบริเวณรอบๆ ก่อนนะคะเรามาเริ่มตั้งแต่ประตูเข้าวัดกันเลย

จุดแรกคือ ตลาดขายของฝาก

เป็นเรื่องปกติที่สถานที่ท่องเที่ยวย่อมต้องมีเรื่องของฝาก วัดสมานได้นำพ่อค้า แม่ค้ามารวมตัวกันเพื่อจำหน่ายทั้งอาหารการกินพื้นเมืองซึ่งมักจะหาซื้อได้ยากในตลาดทั่วไป และของใช้หัตถกรรม รวมทั้งผลไม้ขึ้นชื่ออย่างมะม่วงเมืองแปดริ้วที่ยังคงได้รับความนิยม พื้นที่ของตลาดนั้นเริ่มตั้งแต่ลานจอดรถทางเข้าวัด ไปจนถึงตลาดน้ำด้านหลังวัด เอาเป็นว่านักท่องเที่ยวไม่ต้องพะวงว่าจะหิวข้าวกลางวันเพราะสามารถมาฝากท้องไว้ที่วัดสมานได้เลย :)

จุดที่สอง พระราหู ลอดท้องช้าง ลานศักการะพระตามวันเกิด

จริงๆ แล้วจุดนี้ก็เป็นไฮไลท์สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการไปสะเดาะเคราะห์ ด้วยความโดดเด่นของรูปปั้นครึ่งตัวของพระราหู และช้างสามเศียรทำให้สะดุดตาไม่น้อยเลย ผู้เขียนเห็นนักท่องเที่ยวหลายต่อหลายคนมักรวมตัวกันถ่ายรูปตรงมุมนี้ทำให้เกิดปัญหาคนล้นเป็นระยะๆ แต่เอาเถอะคะสำหรับคนที่ไม่กลัวความร้อนแรงของแสงแดด

จุดที่สาม ลานปรัมพิธีทางศาสนา

ลานกว้างที่มักถูกใช้เป็นพื้นที่จัดงานพุทธาภิเษกเททองหล่อองค์พระ มีเกจิอาจารย์จากที่ต่างๆ มากันมากมาย รวมทั้งท่านผู้ใหญ่ในบ้านในเมืองทั้งนักการเมือง นักร้อง นักแสดง รวมทั้งคุณหมอฟันธง คือที่เล่าให้ฟังเพราะวันนั้นไปเจอะในระหว่างพิธีพอดีเลย ในวันปกติลานแห่งนี้ก็เป็นมุมนั่งพักผ่อน นั่งกินข้าว ถ่ายรูป หรือแล้วตามแต่อัธยาศัยละกันคะ

จุดที่สี่ พระพิฆเนศวร ปางนอนเสวยสุขใหญ่ที่สุดในโลก

และแล้วก็มาถึงจุดสำคัญซึ่งเป็นหัวใจของวัดสมาน นักท่องเที่ยวได้หลั่งไหลมาสักการะ ทำบุญ สะเดาะห์จากทั้งในประเทศและต่างประเทศด้วยความเชื่อ ความศรัทธาพระพิฆเนศวร ผู้เขียนจึงขอนำประวัติของพระองค์มาบอกเล่าให้ทราบกันสักเล็กน้อยเพื่อเป็นอานิสงฆ์แก่สาธุชนทั้งหลาย

ตามบันทึกนั้น พระพิฆเนศวรถูกจัดให้เป็นสิ่งศักสิทธิ์ในกลุ่มเทวะในศาสนาพราหมณ์ มีความเป็นเลิศทางปัญญา จึงถูกนับถือว่าเป็นเทพเจ้าแห่งความรู้ ปราดเปรื่องในศิลปวิทยาทุกแขนง อีกทั้งพระองค์ยังเป็นผู้ที่อยู่เหนือความขัดข้องใดๆ (ซึ่งนี่คงเป็นที่มาที่พระองค์ถูกนำมาบูชาในเชิงให้คุณทางการค้าขาย ความมั่งคั่งทางทรัพฯ)

คนไทยนับถือพระองค์ในฐานะองค์บรมครูแห่งศิลปวิทยาการ 18 ประการ เป็นเทพพระองค์แรกที่ต้องบูชาก่อนเริ่มพิธีใดๆ เป็นการคารวะในฐานะบรมครูผู้ประสาทปัญญาและความสำเร็จ สามารถขจัดอุปสรรคทั้งปวงให้หมดสิ้นไป กิจการทุกอย่างจึงสำเร็จลุล่วงได้ด้วยดี หน่วยงานราชการกรมศิลปากรและมหาวิทยาลัยศิลปากรจึงได้ถือเอาพระพิฆเนศวรเป็นสัญลักษณ์ (ที่มา: วิกิพีเดีย)

  • Tip

    ท่านมีสหายเป็นหนู แต่หลายๆ ท่านก็เข้าใจว่าเป็นสัตว์พาหนะ ซึ่งปกติหนูจะมีลักษณะนิสัยที่ว่องไว รวดเร็ว พุ่งพล่าน ในขณะที่พระองค์นั้นมีปัญญาเป็นเลิศ หากดูจากปางที่ท่านนั่งประทับบนหนูนั้นจะมีความหมายแฝงให้ผู้ที่เคารพนับถือท่านได้นำไปคิดคือ "ต้องให้ปัญญาควมคุมความพลุ่งพล่านของจิต" หรืออีกนัยหนึ่งคือต้องให้จิต (ปัญญา) เป็นนายของกิเลสทั้งหลายนั่นเอง
    พระองค์กำลังบอกเราทั้งหลายว่า ปกติจิตใจของเรานั้นช่างวุ่นวายด้วยถูกกิเลสครอบงำ ไม่เคยได้พักผ่อน (อย่างแท้จริง) เพียงระยะเวลาชั่วลัดนิ้วจิตใจเราก็เตลิดไปไกลแสนไกล (เปรียบเหมือนหนู) เราจึงต้องหมั่นใช้ปัญญามากำราบความคุมให้มีสติอยู่ ตลอดเวลา
    เอาละคะ ทราบประวัติของพระองค์และปริศนาที่ท่านต้องการบอกแก่เราๆ สาธุชนทั้งหลายแล้วก็อย่าลืมขอพรพระองค์ให้เรามีสติปัญญาอยู่เหนือกิเลสทั้งหลายก่อนที่จะไปเที่ยวจุดต่อไปกัน
จุดที่ห้า พระโพธิสัตว์กวนอิม องค์ยืนสูงตระหง่าน

เราเดินทางมาถึงจุดสุดท้ายกันแล้ว ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้มีโอกาสสักการะขอพรจากองค์พระโพธิสัตว์กวนอิมก่อนเดินทางกลับบ้าน รูปหล่อองยืนสีขาวสูงตระหง่านน่าเคารพ ท่านยังคงทอดสายตามลงต่ำเหมือนเคย รู้มั้ยท่านกำลังบอกอะไรแก่เรา

  • Tip

    ปุจฉา ทำไมสิ่งศักดิ์ทุกๆ พระองค์จึงทอดสายตาลงต่ำ วิสัชนา พระองค์กำลังบอกเราให้ประคับประคองจิตของตัวเอง ให้จิตของตัวเองตั้งอยู่บนปัญญาตลอดเวลา นั่นเอง หรือถ้าจะให้อธิบายขยายความก็คือ สิ่งศักดิ์บอกเราว่าอย่าได้เอาจิตไปเกี่ยวข้องกับรูป (กิเลส) นอกกายเลย หากเราทั้งหลายต้องการเข้าถึงพุทธมรรคก็เพียงแต่เฝ้าประคับประคองจิตตัวเองไว้ก็พอแล้ว :)
ที่ตั้ง / แผนที่วัดสมาน

ทราบหรือไม่คะว่าวัดสมานเป็นเกาะ... หากดูแผนที่วัดสมานใน Google map จะพบว่าที่ตั้งของวัดสมานั้นถูกล้อมรอบด้วยแม่น้ำบางปะกง มีถนนตัดผ่านเชื่อมระหว่างเส้น 304 กับทางหลวงชนบทซึ่งตัดมาจากเส้น 3481 วัดสมานตั้งอยู่บ้านหมู่ที่ ๑๑ ตำบลบางแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา

การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว

ผู้เขียนขอนำเสนอการเดินทางจากสถานที่ท่องเที่ยวไกล้เคียงด้วยแผนที่นะคะ เหตุผลเพราะไม่ทราบว่าท่านผู้อ่านเดินทางมาจากสถานที่ใดกันบ้าง

ทิปการเดินทาง

ถ้าจะให้การเดินทางคุ้มกับเวลา และค่าน้ำมันละก็เดวารีสอร์ทขอแนะนำให้เพิ่มเส้นทางท่องเที่ยวไกล้เคียงในระยะการเดินทางไม่มากเข้าไปด้วย ซึ่งหากอ้างอิงจากหัวข้อการเดินทางนั้นจะพบว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวเด่นๆ ถึง ๕ สถานที่ให้คุณได้มีโอกาสแวะไปเยือน และไปแวะทานอาหารออร์แกนิกส์ริมน้ำบางปะกงที่ เดวารีสอร์ท นะคะและขอให้สนุกกับการเดินทางนะคะ แล้วพบกันใหม่

Comments (0)

Leave a comment

Please login to leave a comment.

Member Login

×